หลายโรงงานเจอปัญหาเดียวกันคือ บ่อเติมอากาศรับโหลดน้ำเสียไม่ไหว ค่า BOD/COD ขาออกเริ่มเกินมาตรฐาน ตะกอนลอย น้ำขุ่น และทางออกแรกที่มักนึกถึงคือ เติมพลาสติกมีเดียเพิ่มเข้าไป แต่ในความเป็นจริง การเติมมีเดียโดยไม่ตรวจสภาพระบบก่อน มักไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น บทความนี้สรุป 4 จุดที่ต้องเช็กก่อนเติมพลาสติกมีเดีย เพื่อให้ฝ่ายซ่อมบำรุงและฝ่ายสิ่งแวดล้อมตัดสินใจได้ถูกจุด ไม่เสียงบประมาณฟรี
พลาสติกมีเดียที่กระจายตัวทั่วบ่อเติมอากาศ คือสัญญาณว่าระบบเติมอากาศและการกวนทำงานได้เพียงพอสารบัญบทความ
พลาสติกมีเดียคืออะไร และทำหน้าที่อะไรในระบบบำบัดน้ำเสีย?
คำตอบสั้น ๆ: พลาสติกมีเดียคือวัสดุพลาสติกที่ออกแบบให้มีพื้นที่ผิวจำเพาะสูง ใช้ใส่ในบ่อเติมอากาศเพื่อให้จุลินทรีย์เกาะยึดเป็นฟิล์มชีวภาพ (Biofilm) ทำให้ระบบมีปริมาณจุลินทรีย์ทำงานต่อหน่วยปริมาตรมากขึ้น
นิยาม: พลาสติกมีเดีย (Plastic Media) คือตัวกลางพลาสติก มักผลิตจาก HDPE หรือ PP มีพื้นที่ผิวจำเพาะประมาณ 300800 ตร.ม./ลบ.ม. ทำหน้าที่ เพิ่มบ้านให้จุลินทรีย์ ไม่ใช่สารเคมีที่ย่อยสลายของเสียด้วยตัวเอง
โครงสร้างภายในของพลาสติกมีเดีย ยิ่งมีพื้นที่ผิวจำเพาะสูง จุลินทรีย์ยิ่งเกาะได้มากประโยชน์หลักที่ได้จากมีเดียบำบัดน้ำเสีย ได้แก่
- เพิ่มปริมาณจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียในระบบ โดยไม่ต้องขยายขนาดบ่อ
- ระบบทนต่อ Shock Load หรือโหลดที่ผันผวนได้ดีขึ้น
- ลดปัญหาตะกอนเบา (Bulking Sludge) ในบางกรณี
- รองรับการอัปเกรดระบบ Activated Sludge เดิมให้เป็นระบบ MBBR หรือ IFAS ได้
ซ้าย: มีเดียที่ฟิล์มชีวภาพเกาะแล้ว / ขวา: มีเดียใหม่ เป็นสัญญาณว่าระบบเริ่มทำงานได้ดีจุดสำคัญที่ต้องเข้าใจตรงกันคือ หน้าที่ของมีเดียคือเพิ่มพื้นที่ให้จุลินทรีย์เกาะ ไม่ใช่แก้ทุกปัญหาของระบบบำบัดน้ำเสีย
ทำไมเติมพลาสติกมีเดียแล้วบ่อเติมอากาศยังรับโหลดไม่ไหว?
คำตอบตรงประเด็น: เพราะปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก พื้นที่ผิวไม่พอ แต่เกิดจากออกซิเจนไม่พอ การไหลผิดปกติ หรือบ่อสะสมตะกอนและไขมันมากเกินไป เมื่อต้นเหตุยังอยู่ การเติมมีเดียจึงไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
ปัญหาที่เห็นในบ่อเติมอากาศ หลายครั้งมีต้นเหตุมาจากบ่อก่อนหน้าในระบบลองนึกภาพง่าย ๆ ว่ามีเดียคือ ที่นั่งเพิ่มในร้านอาหาร ถ้าครัวทำอาหารไม่ทัน (ออกซิเจนไม่พอ) หรือทางเดินตัน (ตะกอนอุดตัน) การเพิ่มโต๊ะเพิ่มเก้าอี้ก็ไม่ได้ทำให้ลูกค้าได้กินเร็วขึ้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องกลับมาตรวจ 4 จุดหลัก ให้ครบก่อนเสมอ
4 จุดที่โรงงานต้องเช็กก่อนเติมพลาสติกมีเดีย
1. ระบบเติมอากาศและการกวนเพียงพอหรือไม่?
ข้อนี้สำคัญที่สุด โดยเฉพาะกับมีเดียแบบเคลื่อนที่ (Moving Bed) ที่ต้องอาศัยแรงอากาศพาให้มีเดียหมุนเวียนทั่วบ่อ สิ่งที่ต้องตรวจ ได้แก่
- ค่า DO (Dissolved Oxygen) ในบ่อเติมอากาศ ควรอยู่ราว 24 mg/L ในสภาวะทำงานจริง
- หัวเติมอากาศอุดตัน แตก หรือหลุดหรือไม่ และวางกระจายตัวสม่ำเสมอหรือไม่
- ความสามารถของ Blower เพียงพอกับโหลดปัจจุบัน ไม่ใช่โหลดตอนออกแบบเมื่อ 10 ปีก่อน
- สังเกตผิวน้ำว่ามีจุดนิ่ง (Dead Zone) หรือไม่
มีเดียกองรวมอยู่มุมเดียวของบ่อ คือสัญญาณชัดว่าระบบเติมอากาศไม่เพียงพอ
ควรวัดค่า DO ในช่วงเวลาที่โหลดน้ำเสียสูงสุดของวัน จึงจะสะท้อนสภาพจริง2. มีตัวกั้นมีเดียที่เหมาะสมหรือยัง?
ตัวกั้นมีเดีย (Media Retention Screen) คืออุปกรณ์กันไม่ให้มีเดียไหลหลุดออกจากบ่อไปกับน้ำ
- ถ้าไม่มีหรือออกแบบไม่ดี มีเดียจะหลุดไปบ่อตกตะกอนหรือบ่อถัดไป
- ผลตามมาคือมีเดียหาย ต้องซื้อเพิ่มซ้ำ ๆ และอาจไปอุดตันปั๊มหรือท่อ
- ขนาดช่องตะแกรงต้องเล็กกว่ามีเดีย แต่ต้องมีพื้นที่เปิดมากพอไม่ให้น้ำล้นบ่อ
- ควรออกแบบให้ถอดล้างได้ เพราะเส้นใยและเศษขยะในน้ำเสียโรงงานไทยมักไปเกาะตะแกรง
ตัวกั้นมีเดียที่จุดน้ำล้น อุปกรณ์เล็กที่ช่วยประหยัดค่ามีเดียได้มากในระยะยาว3. ใส่ปริมาณเท่าไรถึงจะพอดี? (ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี)
คำตอบตรงประเด็น: โดยทั่วไป Filling Ratio ของมีเดียแบบเคลื่อนที่อยู่ที่ประมาณ 3050% ของปริมาตรบ่อ และไม่ควรเกิน 6070% เพราะมีเดียจะเบียดกันจนเคลื่อนที่ไม่ได้
ปริมาณมีเดียที่เหมาะสมต้องสัมพันธ์กับ 3 อย่างเสมอ
- ขนาดบ่อจริง (ความกว้าง ยาว ระดับน้ำ และปริมาตรใช้งาน)
- โหลดน้ำเสีย (อัตราการไหลต่อวัน และค่า BOD/COD เข้าระบบ)
- รูปแบบของระบบ (MBBR, IFAS, Fixed Bed หรือ Activated Sludge เดิมที่จะอัปเกรด)
Filling Ratio ที่มากเกินไปทำให้มีเดียเคลื่อนที่ไม่ได้ และฟิล์มชีวภาพชั้นในขาดออกซิเจน4. สภาพบ่อเดิมพร้อมแค่ไหน?
ก่อนเติมมีเดีย ต้องดูสภาพบ่อจริงเสมอ
- มีตะกอนสะสมก้นบ่อหนาผิดปกติหรือไม่
- มีชั้นไขมันลอยหนาที่ผิวน้ำหรือไม่ โดยเฉพาะโรงงานอาหาร โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ และครัวโรงแรม
- ระบบดักไขมันและบ่อปรับสภาพก่อนหน้าทำงานปกติหรือไม่
- มีสารเคมีหรือน้ำเสียจากไลน์ผลิตที่ยับยั้งจุลินทรีย์ปนเข้ามาหรือไม่
ไขมันที่สะสมจะไปเคลือบผิวมีเดีย ทำให้จุลินทรีย์เกาะไม่ติดตั้งแต่แรกตารางสรุป อาการ สาเหตุ สิ่งที่ต้องตรวจก่อนเติมมีเดีย
| อาการที่พบ | สาเหตุที่เป็นไปได้ | สิ่งที่ต้องตรวจก่อน |
|---|---|---|
| มีเดียกองอยู่มุมเดียว ไม่หมุนเวียน | อากาศและการกวนไม่พอ | ค่า DO, หัวเติมอากาศ, กำลัง Blower |
| มีเดียหายไปเรื่อย ๆ | ไม่มีตัวกั้นมีเดีย หรือตะแกรงชำรุด | จุดน้ำล้น, ตะแกรงกั้น, บ่อถัดไป |
| เติมมีเดียแล้วค่า BOD ไม่ลด | โหลดเกินความสามารถของระบบ | ปริมาณน้ำเข้า, BOD/COD, HRT |
| ฟิล์มจุลินทรีย์ไม่เกาะมีเดีย | ไขมันเคลือบผิว หรือสารเคมียับยั้ง | บ่อดักไขมัน, ค่า pH, น้ำเสียจากไลน์ผลิต |
| น้ำล้นบ่อหลังเติมมีเดีย | ใส่มีเดียมากเกินไป หรือตะแกรงตัน | Filling Ratio, ความสะอาดของตะแกรง |
เลือกพลาสติกมีเดียแบบไหนให้เหมาะกับระบบของโรงงาน?
| ประเภทมีเดีย | ลักษณะการใช้งาน | เหมาะกับ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| มีเดียแบบเคลื่อนที่ (MBBR) | ลอยหมุนเวียนตามแรงอากาศ | โรงงานที่ต้องการอัปเกรดบ่อเดิม | ต้องมีอากาศพอและตัวกั้นมีเดีย |
| มีเดียแบบยึดติด (Fixed Bed) | ติดตั้งเป็นชุดอยู่กับที่ | บ่อที่มีพื้นที่จำกัด | ต้องมีแผนล้างฟิล์มส่วนเกิน |
| มีเดียสำหรับถังกรองชีวภาพ | ใช้ในระบบ Trickling Filter | ระบบที่ใช้แรงโน้มถ่วง | ต้องกระจายน้ำให้สม่ำเสมอ |
รูปทรงต่างกัน พื้นที่ผิวจำเพาะและความเหมาะสมกับระบบก็ต่างกันเกณฑ์ที่โรงงานควรถามผู้ขายทุกครั้ง ได้แก่ พื้นที่ผิวจำเพาะ (ตร.ม./ลบ.ม.), ความหนาแน่นเทียบกับน้ำ, ชนิดเม็ดพลาสติก (Virgin HDPE/PP หรือไม่), ความทนต่อ UV และอายุการใช้งาน
ตัวอย่างสถานการณ์จริงจากโรงงานในประเทศไทย
- โรงงานอาหารแปรรูปในสมุทรสาคร: เติมมีเดียเพิ่ม 20% แต่ค่าน้ำทิ้งไม่ดีขึ้น ตรวจพบว่าบ่อดักไขมันหน้าระบบล้นมานาน ไขมันเคลือบมีเดียจนจุลินทรีย์ไม่เกาะ เมื่อแก้ที่บ่อดักไขมันก่อนจึงเห็นผล
- โรงงานเครื่องดื่มในชลบุรี: ยอดผลิตโตขึ้นตามฤดูกาล ทำให้โหลดเข้าระบบสูงกว่าที่ออกแบบไว้ ต้องเพิ่มกำลัง Blower ควบคู่กับการเติมมีเดีย ระบบจึงรับโหลดได้จริง
- โรงงานย้อมผ้าในนครปฐม: มีเดียหลุดไปบ่อตกตะกอนต่อเนื่อง เพราะไม่ได้ติดตั้งตัวกั้นมีเดียที่จุดน้ำล้น เมื่อแก้ตะแกรงแล้วปริมาณมีเดียในระบบจึงคงที่
เช็กลิสต์ก่อนสั่งซื้อพลาสติกมีเดีย
- วัดปริมาตรใช้งานจริงของบ่อเติมอากาศ (กว้าง × ยาว × ระดับน้ำ)
- เก็บข้อมูลอัตราการไหลต่อวัน และค่า BOD/COD เข้าออก
- วัดค่า DO ในช่วงเวลาที่โหลดสูงสุดของวัน
- ตรวจสภาพหัวเติมอากาศและกำลัง Blower
- ตรวจว่ามีตัวกั้นมีเดียที่จุดน้ำล้นหรือยัง
- ประเมินตะกอนก้นบ่อและชั้นไขมันที่ผิวน้ำ
- สรุปประเภทระบบที่ใช้อยู่ (AS, MBBR, IFAS หรืออื่น ๆ)
- คำนวณ Filling Ratio ที่เหมาะสมก่อนสั่งซื้อ
เก็บข้อมูลหน้างานให้ครบก่อน แล้วค่อยคำนวณชนิดและปริมาณมีเดียบทความที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพลาสติกมีเดีย (FAQ)
พลาสติกมีเดียช่วยลดค่า BOD ได้จริงไหม?
ช่วยได้ เมื่อระบบมีออกซิเจนเพียงพอและการไหลปกติ เพราะพลาสติกมีเดียเพิ่มพื้นที่ให้จุลินทรีย์ย่อยสารอินทรีย์ได้มากขึ้น แต่ถ้าต้นเหตุคือโหลดน้ำเสียเกินความสามารถของระบบหรืออากาศไม่พอ การเติมมีเดียอย่างเดียวจะไม่เห็นผล
ควรใส่พลาสติกมีเดียกี่เปอร์เซ็นต์ของปริมาตรบ่อ?
โดยทั่วไปอยู่ที่ 3050% ของปริมาตรบ่อสำหรับมีเดียแบบเคลื่อนที่ และไม่ควรเกิน 6070% เพราะมีเดียจะเบียดกันจนเคลื่อนที่ไม่ได้ ตัวเลขที่แน่นอนต้องคำนวณจากโหลดน้ำเสียจริงของแต่ละโรงงาน
พลาสติกมีเดียมีอายุการใช้งานนานแค่ไหน?
หากเป็นเม็ดพลาสติก HDPE หรือ PP คุณภาพดีและจมอยู่ใต้น้ำตลอดเวลา โดยทั่วไปใช้งานได้หลายปีโดยไม่เสื่อมสภาพเร็ว ปัจจัยที่ทำให้อายุการใช้งานสั้นลงคือแสง UV สารเคมีรุนแรง และการเสียดสีที่ผิดปกติ
ไม่ติดตั้งตัวกั้นมีเดียได้ไหม?
ไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะพลาสติกมีเดียจะหลุดตามน้ำไปยังบ่อถัดไป ทำให้สูญเสียมีเดียต้องซื้อเพิ่มซ้ำ และเสี่ยงไปอุดตันปั๊มหรือท่อในระบบ
ต้องหยุดระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อเติมมีเดียหรือไม่?
ส่วนใหญ่สามารถเติมได้โดยไม่ต้องหยุดระบบทั้งหมด แต่ควรทยอยเติมเป็นช่วง และเฝ้าดูการกระจายตัวของมีเดียพร้อมตรวจค่า DO ระหว่างเติม เพื่อให้แน่ใจว่าระบบเติมอากาศยังรับไหว
สรุป: เลือกถูก ใส่ถูก ระบบถึงได้ประโยชน์จริง
ก่อนจะเติมพลาสติกมีเดียเข้าไปในบ่อเติมอากาศ ควรดูให้ครบทั้งโหลดน้ำเสีย อากาศ การไหล และสภาพบ่อจริง เพราะมีเดียคือเครื่องมือเพิ่มพื้นที่ให้จุลินทรีย์ ไม่ใช่ยาครอบจักรวาลของระบบบำบัดน้ำเสีย
ส่งข้อมูล ขนาดบ่อ ประเภทระบบ และปัญหาที่เจอ ให้ทีม M-TECH ช่วยประเมินชนิดและปริมาณเบื้องต้นได้เลย
- โทร: 096-565-1635
- LINE ID: @biomedia
- เว็บไซต์: ไบโอมีเดีย พลาสติกมีเดีย ลูกมีเดีย
ทีม M-TECH พร้อมประเมินชนิดและปริมาณพลาสติกมีเดียให้เหมาะกับระบบของคุณ